***ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดบวก 317.74 จุด รับข่าวสหรัฐ-อิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจา-ตัวเลขเงินเฟ้อชะลอตัว
ข่าวต่างประเทศ Wednesday April 15, 2026 07:44 ?สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (14 เม.ย.) โดยนักลงทุนเริ่มมีความหวังมากขึ้นว่า ข้อตกลงพักรบระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. อาจมีการขยายเวลาออกไปก่อนจะครบกำหนดในสัปดาห์หน้า ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาต่ำกว่าคาด เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,535.99 จุด เพิ่มขึ้น 317.74 จุด หรือ +0.66%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,967.38 จุด เพิ่มขึ้น 81.14 จุด หรือ +1.18% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,639.08 จุด เพิ่มขึ้น 455.35 จุด หรือ +1.96%
หุ้น 8 จาก 11 กลุ่มหลักในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยกลุ่มบริการสื่อสารและกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยที่ทะยานขึ้น 3.18% และ 2.54% ตามลำดับ ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลดลง 2.16%
ตลาดขานรับสัญญาณบวกจากความหวังที่ว่าข้อตกลงสันติภาพในตะวันออกกลางจะยั่งยืนขึ้น นอกจากนี้ การซื้อขายยังได้แรงหนุนหลังกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ได้เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ประจำเดือนมี.ค. โดยดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 4.0% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2566 แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 4.6% และเมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี PPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนมี.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 1.1% จากระดับ 0.5% ในเดือนก.พ.
ขณะเดียวกัน ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนว่าความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกจะลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยได้รับผลกระทบจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ในส่วนของหุ้นรายตัว หุ้น JPMorgan Chase ปิดลบ 0.82% แม้กำไรรายไตรมาสจะโตถึง 13% เนื่องจากเจมี ไดมอน ผู้เป็นซีอีโอ ออกมาเตือนว่าเศรษฐกิจกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่ซับซ้อนมากขึ้น ส่วนหุ้น BlackRock บวก 3.02% และหุ้น Citigroup บวก 2.61%
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีก็เป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยหุ้น Oracle บวก 4.74% และ Palantir Technologies บวก 2.52%
ด้านอะเมซอน (Amazon) ได้ประกาศบรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการโกลบอลสตาร์ (Globalstar) ในวงเงิน 1.157 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อรุกธุรกิจดาวเทียมแข่งกับ สตาร์ลิงก์ (Starlink) ของอีลอน มัสก์ ส่งผลให้หุ้น Amazon เพิ่มขึ้น 3.81% และหุ้น Globalstar พุ่ง 9.63%
ทั้งนี้ สายตาของนักลงทุนยังคงจับจ้องไปที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่จะมีขึ้นเร็วๆ นี้ โดยหวังว่าจะเห็นสัญญาณที่นำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับตลาดพลังงานโลกในระยะยาว
หนังสือพิมพ์ New York Post รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 14 เม.ย. ว่า การเจรจากับอิหร่านอาจมีขึ้นอีกครั้งในปากีสถานภายในสองวันข้างหน้า
'คุณควรอยู่ที่นั่น เพราะอาจมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นภายในสองวันข้างหน้า และเรามีแนวโน้มที่จะไปที่นั่น' ปธน.ทรัมป์กล่าว
นอกจากนี้ ปธน.ทรัมป์กล่าวเสริมว่า พลเอกอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน กำลังทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในการผลักดันการเจรจา
'เขายอดเยี่ยมมาก ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่เราจะกลับไปที่นั่น' ปธน.ทรัมป์กล่าว
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยกับสำนักข่าว CNBC ในวันเดียวกันว่า การเจรจารอบที่สองระหว่างสหรัฐและอิหร่านกำลังอยู่ในระหว่างการหารือ แต่ยังไม่มีการกำหนดเวลาอย่างเป็นทางการ
***ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก 1.73% รับอานิสงส์ดอลลาร์อ่อนค่า-ลุ้นข่าวดีเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน
ข่าวต่างประเทศ Wednesday April 15, 2026 08:27 ?สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (14 เม.ย.) ขณะที่ความหวังเกี่ยวกับการยุติสงครามในอิหร่านได้กดดันดอลลาร์ให้อ่อนค่าลง และช่วยลดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ เนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวลดลง
ทั้งนี้ การอ่อนค่าของดอลลาร์จะเพิ่มความน่าดึงดูดของทอง ทำให้สัญญาทองมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 82.7 ดอลลาร์ หรือ +1.73% ปิดที่ 4,850.1 ดอลลาร์ต่อออนซ์
การซื้อขายได้รับอิทธิพล หลังสำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า คณะเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับไปยังกรุงอิสลามาบัดอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้เพื่อเปิดการเจรจาอีกครั้ง โดยผู้ไกล่เกลี่ยจากปากีสถาน อียิปต์ และตุรกีกำลังพยายามรื้อฟื้นการเจรจาก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 เม.ย.
การเจรจาระหว่างผู้แทนของสหรัฐและอิหร่านในกรุงอิสลามาบัดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สิ้นสุดลงโดยไม่มีการทำข้อตกลง เนื่องจากประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ และทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของการเจรจา
นักวิเคราะห์เปิดเผยว่า ทิศทางของตลาดทองคำหลังจากนี้ขึ้นอยู่กับว่าการเจรจาในปากีสถานจะเป็นอย่างไร หากมีสัญญาณบวกออกมา ราคากลุ่มโลหะมีค่าก็น่าจะปรับตัวสูงขึ้นได้ต่อ
แม้ว่าทองถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ที่ผ่านมา ราคาทองไม่ได้รับอานิสงส์จากการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากการทำสงคราม ซึ่งจะเป็นปัจจัยชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
***ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI ร่วง 7.87% รับความหวังเจรจาสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่าน
ข่าวต่างประเทศ Wednesday April 15, 2026 08:06 ?สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเกือบ 8% ในวันอังคาร (14 เม.ย.) ขานรับความหวังที่ว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านอาจหาทางออกได้ในเร็ว ๆ นี้
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. ลดลง 7.80 ดอลลาร์ หรือ -7.87% ปิดที่ 91.28 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 4.57 ดอลลาร์ หรือ -4.60% ปิดที่ 94.79 ดอลลาร์/บาร์เรล
การซื้อขายได้รับอิทธิพล หลังเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังมีการหารือเรื่องการเจรจาระหว่างทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการกำหนดตารางเวลาที่ชัดเจน หลังจากที่การพบปะแบบเผชิญหน้ากันที่ปากีสถานเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมายังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้
สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานว่า คณะเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับไปยังกรุงอิสลามาบัดอีกครั้งภายในสัปดาห์นี้เพื่อเปิดการเจรจาอีกครั้ง โดยผู้ไกล่เกลี่ยจากปากีสถาน อียิปต์ และตุรกีกำลังพยายามรื้อฟื้นการเจรจาก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะสิ้นสุดลงในวันที่ 21 เม.ย.
การเจรจาระหว่างผู้แทนของสหรัฐและอิหร่านในกรุงอิสลามาบัดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สิ้นสุดลงโดยไม่มีการทำข้อตกลง เนื่องจากประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ และทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของการเจรจา
นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่า ทางฝั่งซาอุดีอาระเบียเองก็กำลังผลักดันให้มีการยุติการปิดล้อมพื้นที่ และสนับสนุนให้เริ่มการเจรจารอบใหม่ ขณะที่กลุ่มประเทศในยุโรปกำลังเตรียมแผนกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งทันทีที่สงครามยุติลง ซึ่งรวมถึงการส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดและเรือทางทหารอื่น ๆ เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ด้วย
ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนว่าความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกจะลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยได้รับผลกระทบจากการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
IEA ออกคำเตือนถึงวิกฤตพลังงานที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยคาดว่าความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกในปี 2569 จะลดลงเฉลี่ย 80,000 บาร์เรล/วัน จากเดิมที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 730,000 บาร์เรล/วัน ขณะที่สงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่านส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลก
IEA ระบุว่า ความต้องการใช้น้ำมันจะลดลงมากถึง 1.5 ล้านบาร์เรล/วันในไตรมาส 2 ของปีนี้ ซึ่งถือเป็นการลดลงที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเมื่อภาวะขาดแคลนน้ำมันและราคาที่สูงขึ้นยังคงดำเนินต่อไป ปรากฏการณ์ "การทำลายอุปสงค์" (demand destruction) มีแนวโน้มที่จะลุกลามออกไป
รายงานยังระบุว่า อุปทานน้ำมันทั่วโลกลดลงมากถึง 10.1 ล้านบาร์เรล/วัน อยู่ที่ 97 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนมี.ค. โดยสาเหตุหลักมาจาก การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง และอุปสรรคในการเดินเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งนำไปสู่การหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ทั้งนี้ รายงานประจำเดือนเม.ย.ของ IEA ระบุว่า อุปทานน้ำมันทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะชะงักงันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ปริมาณการขนส่งน้ำมันลดลงจาก 20 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนก.พ. เหลือเพียง 3.8 ล้านบาร์เรล/วันในช่วงต้นเดือนเม.ย.